อย่างไรก็ตามเคล็ดลับผ่อนบ้านให้หมดไวนั้นสามารถทำได้ทั้งการกระจายเงินเพื่อชำระเงินเกินในแต่ละงวดด้วยจำนวนเงินน้อยๆ อาจจะเป็นการชำระเกินทุกงวด หรือจะเป็นการชำระเกินด้วยจำนวนเงินมากๆ เพียงก้อนเดียว ด้วยการโปะเพิ่มปีละครั้งก็สามารถทำได้เช่นกัน  แม้ว่าโดยรวมแล้วทั้งสองวิธีการเป็นการโปะเงินเข้าไปด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กัน แต่ทั้ง 2 วิธีการนั้นให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน  และในครั้งนี้ DDproperty จะนำมาเปรียบเทียบให้เห็นกัน

 ตัวอย่างที่เรานำมาเปรียบเทียบในครั้งนี้เป็นการผ่อนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย วงเงินกู้ 3,500,000 บาท ระยะเวลา 30 ปี หรือ 360 งวด  ซึ่งจะตัดตอนมาแสดงการผ่อนสินเชื่อในช่วงเวลาสองปีแรก (งวด 1-24) โดยกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 3 ต่อปี  สำหรับการผ่อนชำระในปีที่ 1 นั้นจะเหมือนกันทั้งสองทางเลือก แต่ประเด็นความแตกต่างจะเกิดขึ้นในปีที่ 2 ของการผ่อนชำระ โดยในทางเลือกที่ 1 นั้นจะเพิ่มจำนวนเงินผ่อนชำระต่องวดในทุกๆ งวด (งวดที่ 13-24) ให้มากขึ้นกว่าจำนวนเงินชำระต่องวดในปีแรก (งวดที่ 1-12)  ในขณะที่ทางเลือกที่ 2 นั้นจำนวนเงินชำระต่องวดจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในงวดสุดท้าย (งวดที่ 24) เพียงงวดเดียว  แต่ทั้งสองทางเลือกนั้นจำนวนเงินที่ชำระเกินทั้งหมดจากจำนวนเงินที่กำหนดให้ชำระขั้นต่ำจะรวมแล้วไม่แตกต่างกัน  สิ่งที่แตกต่างกันคือช่วงเวลาที่ชำระเงินออกไป  ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความแตกต่างของยอดหนี้คงเหลือและจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระไปแล้วทั้งหมด ณ สิ้นงวดที่ 24  โดยการเปรียบเทียบนั้นยังคงใช้ตารางการผ่อนสินเชื่อแบบลดต้นลดดอก ซึ่งเราเคยอธิบายหลักการผ่อนสินเชื่อแบบลดต้นลดดอกไว้ในบทความ รู้จักวิธีผ่อนบ้านแบบลดต้นลดดอก 

ทางเลือกที่ 1 ชำระเกินทุกงวด

   ผ่อนสินเชื่อบ้าน วงเงินกู้ 3,500,000 บาท โดยในปีแรก (งวดที่ 1-12) นั้นผ่อนชำระ 10,500 บาทต่องวด จากนั้นในปีที่ 2 (งวด 13-24) ให้ชำระเกิน โดยเพิ่มจำนวนเงินขึ้นอีก 3,000 บาทในทุกๆ งวด ซึ่งเท่ากับชำระ 13,500 บาทต่องวด  รวมจำนวนเงินที่ชำระเกินตลอดปีที่ 2 (งวดที่ 13-24) ทั้งหมด 12 งวดเท่ากับ 36,000 บาท  โดยในช่วงเวลา 2 ปีนี้กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3 ต่อปี  
 

ทางเลือกที่ 2 โปะเพิ่มปีละครั้ง

   ผ่อนสินเชื่อบ้านที่วงเงินกู้เท่ากับทางเลือกที่ 1 คือ 3,500,000 บาท โดยในปีแรก (งวดที่ 1-12) นั้นผ่อนชำระ 10,500 บาทต่องวด และในปีที่ 2 นั้นงวดที่ 13-23 (จำนวน 11 งวด) ยังคงผ่อนชำระเท่าเดิมคืองวดละ 10,500 บาท แต่ให้ชำระเกินในงวดสุดท้ายของปีที่ 2 (งวดที่ 24) เพิ่มขึ้นอีก 36,000 บาท  (ซึ่งเท่ากับจำนวนเงินที่ชำระเกินทั้งหมดของทางเลือกที่ 1) รวมเงินที่จะชำระในงวดที่ 24 เท่ากับ 46,500 บาท  ในช่วงเวลา 2 ปีนี้กำหนดให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3 ต่อปี เช่นเดียวกันกับทางเลือกที่ 1
 

ชำระเกินทุกงวดและโปะเพิ่มปีละครั้งเหมาะสมกับใคร

   การชำระเกินทุกงวดนั้นเหมาะสมกับคนที่มีรายได้และรายจ่ายค่อนข้างคงที่  ทำให้สามารถวางแผนการเงินล่วงหน้าได้ค่อนข้างแม่นยำ  จึงไม่ค่อยมีความเสี่ยงมากนักหากจะกันเงินส่วนหนึ่งเพื่อชำระส่วนเกินเพิ่มขึ้นไปอีกในแต่ละงวด  ซึ่งจะเป็นวิธีการที่ดีกว่าการรอนำเงินก้อนใหญ่เพียงก้อนเดียว เช่น เงินโบนัส ซึ่งมีไม่กี่ครั้งในแต่ละปีมาโปะยอดหนี้

   ส่วนวิธีการโปะเงินจำนวนมากนั้นเหมาะสมกับอาชีพที่รายได้ไม่คงที่ และไม่สม่ำเสมอ เช่น พนักงานขาย หรืออาชีพอิสระ ที่จะได้รับค่าจ้างหรือค่าคอมมิสชั่น เมื่อปิดงานหรือปิดการขายได้เป็นครั้งไปจึงอาจไม่สามารถชำระเกินได้ทุกงวด

   อย่างไรก็ตามทั้งสองวิธีแสดงให้เห็นว่าเราควรจ่ายเงินเกินเพื่อชำระเงินต้นทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ว่าจะชำระเกินด้วยจำนวนน้อยๆ แต่บ่อยๆ หรือโปะด้วยจำนวนเงินมากแต่นานๆ ครั้ง  เพราะทั้งสองวิธีสามารถช่วยลดยอดหนี้ได้โดยตรงและเห็นผลได้อย่างชัดเจน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก >> https://www.ddproperty.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%A7-%E0%B8%8A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%94-vs-%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87